การใช้ zigzag indicator ในการเทรด

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

การใช้ ZigZag Indicator ในการเทรด

The Zigzag indicator ไม่ได้เป็น forex indicator ที่แท้จริง แต่จะกำหนดการแกว่งตัวของราคาที่ตรงกับการเปลี่ยนแปลงเปอร์เซ็นต์ขั้นต่ำ นักกราฟสามารถใช้อินดิเคเตอร์นี้เพื่อระบุการแกว่งราคาที่สำคัญ และกรองการแกว่งราคาที่ไม่สำคัญ บทความนี้นำเสนอแอพพลิเคชั่นที่มีประโยชน์มากมายสำหรับ the ZigZag trading indicator.

ZigZag Indicator คือ

The ZigZag indicator วางจุดบนกราฟเมื่อใดก็ตามที่ราคากลับตัวโดยเปอร์เซ็นต์ที่มากกว่าตัวแปรที่เลือกไว้ล่วงหน้า เส้นตรงจะถูกวาด, เชื่อมต่อกับจุดเหล่านี้ อินดิเคเตอร์ถูกใช้เพื่อช่วงระบุแนวโน้มราคา เป็นการสุ่มความผันผวนของราคา และพยายามที่จะแสดงการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม เส้น ZigZag line ปรากฎเมื่อมีการเคลื่อนไหวของราคาระหว่างการแกว่งตัวขึ้น และการแกว่งตัวลง ที่มากกว่าเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด; มักจะกำหนดที่ 5% เพื่อกรองการเคลื่อนไหวเล็กๆ ออก, indicator นี้ทำให้ง่ายในการดูแนวโน้มในทุกๆกรอบเวลา

อ่านต่อ หรือเริ่มเล่นใน บัญชีทดลองที่ปราศจากความเสี่ยง เพื่อความเข้าใจ ZigZag MT5 ที่ดีขึ้น ในเวลาจริง

วิธีคำนวณ ZigZag Indicator

วิธีคำนวณ ZigZag Indicator

  1. เลือกจุดเริ่มต้น (swing high or swing low)
  2. เลือก % การเคลื่อนไหวของราคา
  3. ระบุ swing high หรือ swing low ถัดไป ที่แตกต่างจากจุดเริ่มต้น = > % การเคลื่อนไหวของราคา
  4. วาดเส้นแนวโน้มจากจุดเริ่มต้นไปจุดใหม่
  5. ระบุ swing high หรือ swing low ถัดไป ที่แตกต่างจากจุดใหม่ = > % การเคลื่อนไหวของราคา
  6. วาดเส้นแนวโน้ม
  7. ทำซ้ำไปจนถึง swing high หรือ swing low ล่าสุด

วิธีใช้เส้น ZigZag line

The ZigZag indicator มักใช้ร่วมกับทฤษฎี Elliot Wave เพื่อกำหนดตำแหน่งของแต่ละคลื่นในวงจรโดยรวม นักเทรดสามารถทดลองตั้งค่าเปอร์เซ็นต์ต่างๆ เพื่อดูว่าแบบไหนจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ตัวอย่าง, การตั้งค่าที่ 4% อาจจะระบุคลื่นที่ชัดเจนมากกว่า 5% หุ้นมีรูปแบบของตัวเอง, ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่านักเทรดจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการตั้งค่า ZigZag indicator เพื่อให้เหมาะกับหลักทรัพย์เหล่านั้น

ถึงแม้ว่า ZigZag indicator จะไม่ได้ทำนายแนวโน้มในอนาคต, แต่มันก็ช่วยให้ระบุโซนแนวรับ และแนวต้านที่มีความเป็นไปได้ ระว่างการวาง swing highs และ swing lows เส้น ZigZag line ยังสามารถเป็นรูปแบบการกลับตัว, เช่น double bottoms และ head and shouders tops นักเทรดสามารถใช้อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่ได้รับความนิยม เช่น relative strength index (RSI) และ Stochastics oscillator เพื่อยืนยันราคาของหลักทรัพย์ที่ overbought หรือ oversold เมื่อเส้น ZigZag line เปลี่ยนทิศทาง

นักลงทุนโมเมนตัมอาจใช้อินดิเคเตอร์เพื่ออยู่ในการเทรดจนกระทั่งเส้น ZigZag line ยืนยันในทิศทางตรงกันข้าม ตัวอย่าง, ถ้านักลงทุนถือตำแหน่ง long, พวกเขาจะไม่ขายจนกระทั่งเส้น ZigZag line กลับมาเป็นขาลง

Price Entries

เมื่อมีการระบุระดับสูง หรือต่ำชั่วคราว, นักเทรดอาจจะเลือกเข้าการเทรดบนพื้นฐานของรูปแบบแนวโน้ม, เช่นรูปแบบ 1-2-3 ซึ่งรูปแบบ 1-2-3 คือราคาด้านล่าง, การแก้ไข, การทดสอบใหม่, และการฟื้นตัว โดยรูปแบบนี้มักเกิดขึ้นที่จุดสิ้นสุดของแนวโน้ม และการแกว่งตัว (เช่น การบ่งชี้ของการเปลี่ยนแปลงแนวโน้ม) ยังสามารถพบในช่วงการเทรด, เกิดขึ้นเมื่อทิศทางโมเมนตัมของแนวโน้มลดลง โดยการใช้ ZigZag indicator, คุณควรสามารถระบุได้โดยง่าย

Harmonic Patterns

ในสองตัวอย่างด้านล่าง, เราสามารถเห็นวิธีที่ ZigZag indicator ช่วยให้นักเทรดสามารถหาอัตราส่วนสำหรับการใช้รูปแบบ Harmonic อย่างไรก็ตาม, ปัญหาทั่วไปเกี่ยวกับการใช้ ZigZag indicator สำหรับกราฟรูปแบบ Harmonic ซึ่งมีขาสุดท้ายของรูปแบบ Harmonic ที่อาจจะเกิดความไม่แน่นอน

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

รูปแบบ AB=CD คือโครงสร้างราคาสี่จุด ซึ่งส่วนราคาเริ่มต้นจะถูกย้อนกลับบางส่วน และตามด้วยการย้ายระยะเท่ากันจากการดึงกลับที่สมบูรณ์ ในแบบคลาสสิก AB=CD, BC คือการย้อนกลับของ 61.8% ถึง 78.6% ของ AB, โดยมี CD เป็นส่วนต่อขยายที่ 127.2% ถึง 161.8% (เท่ากับระยะราคา) ในส่วนขยาย AB=CD, ขา CD คือส่วนขยายของ AB ระหว่าง 127.2% ถึง 161.8% ซึ่ง ABCD และ รูปแบบ BAT ใช้ ZigZag indicator เพื่อวางรูปแบบบนกราฟ

ZigZag Indicator MT5 Settings

The ZigZag indicator tracks and connects extreme points of the chart, the distance between these points being equal to or higher than the percentage specified for the price scale. To use the ZigZag indicator in MetaTrader, a percentage of price movements must be set. Although the default value for a ZigZag deviation is 5, a setting of 10 would ensure that only price fluctuations of 10% or more would be shown in the chart.

This eliminates smaller price swings and allows the analyst to see the bigger picture. Normally, the closing prices of Forex currency pairs are used, and imaginary points are placed on the given chart where the price reverses by the set percentages. These points are then connected by straight lines (red by default) and the ZigZag appears.

The default settings are shown in the screenshot above. ‘Depth’ is the first setting of the ZigZag indicator. This is the minimum number of bars with no second maximum or minimum deviation from the bar. Deviation is the number of pips or points (depending on the market) after the previous minimum or maximum is formed.

Backstep is the last setting and reflects the minimum amount of bars between which the high and low can be plotted. These settings should be adapted to various financial markets (see also คืออะไร และมี วิธีการทํา กําไร อย่างไร), and you will probably end up using different settings for one market or instrument versus another. Additionally, you could also end up changing the settings for the same market or indicator when the market conditions change along with its volatility.

ทำความเข้าใจวิธีการอ่านรูปแบบ ZigZag นั้นสำคัญ, แต่ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ, MT5 AM Broker ให้คุณใช้ ZigZag indicator และผู้สอนของเราสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องสำหรับคุณ เริ่มเล่นใน บัญชีทดลอง forex และสังเกตวิธีที่ ZigZag indicator สามารถทำเงินให้คุณได้อย่างจริงจัง

คุณสามารถทดสอบสัญญาณการเทรดของอินดิเคเตอร์นี้โดย เขียน EA ใน Robo-Advisor 007 (ทดลองใช้ฟรี 14วัน)

เขียน ea forex ด้วยตัวคุณเอง เพียงไม่กี่คลิก – โปรแกรมช่วยเขียน EA Forex

Indicator Zigzag & RSI ประโยชน์การนำไปใช้

อินดิเคเตอร์และการตั้งค่า

  • Zigzag ใช้การตั้งค่ามาตรฐานตามต้นฉบับ, เปลี่ยนเพียงค่าความลึกเป็น 100
  • Relative Strength Index ใช้การตั้งค่ามาตรฐานตามต้นฉบับ (RSI 14)

ตัวอย่างการตั้งค่า Zigzag (ใช้ค่าตามต้นฉบับ เปลี่ยนเพียงค่าความลึกเป็น 100)

ตัวอย่างการตั้งค่า Relative Strength Index (RSI 14)

เงื่อนไขในการพิจารณาจังหวะ Short/Long/SL/TP

  • Short เมื่อเส้น Zigzag โยงไปถึงจุดสูงสุดของแท่งเทียน ในขณะที่ RSI อยู่ในโซน overbought หรือสูงกว่าระดับ 70
  • Take Profit ที่ระดับ 60 – 100 จุด
  • Stop Loss ที่ระดับ 15 – 20 จุด
  • Long เมื่อเส้น Zigzag โยงไปถึงจุดต่ำสุดของแท่งเทียน ในขณะที่ RSI อยู่ในโซน oversold หรือต่ำกว่า 30
  • Take Profit ที่ระดับ 60 – 100 จุด
  • Stop Loss ที่ระดับ 15 – 20 จุด

หมายเหตุ: ในกรณีที่ราคาไม่ไปตามที่คาดการณ์ แต่ดันสวนทางลงมาฝั่งที่เราตั้ง SL ไว้ เราควรพิจารณาทางเลือกฝั่งตรงข้าม

ตัวอย่างจังหวะเข้าออเดอร์ Short

ตัวอย่างจังหวะเข้าออเดอร์ Long

วิธีการใช้ ZigZag ในการเทรด

วิธีการใช้ ZigZag ในการเทรด

อินดิเคเตอร์อีกตัวหนึ่งที่นิยมใช้กันเป็นตัวช่วยกรองเรื่องของเทรน ที่จะเกิดขึ้นระหว่าง swing points เมื่อมีการเปลี่ยนเปลง เพื่อให้กำหนดเทรนง่ายในแต่ละ timeframe จะเห็นว่าในการใช้ในเรื่องของการกำหนดเทรนล่วงหน้า และใช้เสริมกับหลักการเทรดอย่างต่อเนื่อง เช่นเรื่อง Elliott wave หรือการเทรด price action

การตั้งค่า ZigZag แล้วแต่กลยุทธ์ที่ต่างกันออกไปในการปรับจูน เช่นจะเห็นเรื่องการประยุกต์เรื่อง ZigZag ไปใช้กับพวก chart patterns เช่นเรื่อง Gartley pattern หรือ Harmonic patterns หรืออย่างเอาไปประยุกต์หาจุดเข้าเมื่อเปิดราคาเบรคสำหรับ Fibonacci Retracements เพราะ ZigZag ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของเทรนได้ง่าย เนื่องจากจุด ZigZag จะเกิดเป็นจุด swing points ต่างๆ ส่วนมากเป็นจุดที่เป็นจุด peak ที่เกิดที่จุด ZigZag เลยทำให้เห็นเทรนได้ง่าย บางเทรดเดอร์ประยุกต์หลักการเข้าหลาย timeframe ในการวิเคราะห์เพื่อเข้าเทรด สิ่งหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ ZigZag เป็นอินดิเคเตอร์แบบ repaint เปลี่ยนไปตามค่า new low หรือ new high ที่เกิดขึ้น

ในที่นี้จะขอกล่าววิธีการใช้ ZigZag ที่ทำให้ชาร์ตยังไม่รก แค่ใช้อินดิเคเตอร์เป็นตัวไกด์เรื่องเทรนแบบคร่าวๆ เพื่อช่วยในการหาจุดเทรน แล้วใช้ความรู้เรื่องตลาดทำงานอย่างไร ที่อ่านจากชาร์ตเปล่าเป็นหลักเพื่อเข้าเทรดและออกเทรด

ZigZag กับแนวรับ-แนวต้าน หรือ support-resistance จุด ZigZag ที่เกิดขึ้นจะทำให้ท่านกำหนดหาแนวรับหรือแนวต้านได้ง่าย แนะให้ท่านมองแนวรับหรือแนวต้านเป็นพื้นที่ราคาไม่ใช่แค่ดูจุดราคา ดูพื้นที่ราคารอบๆ จุด ZigZag ที่เป็นจุด Peak ของพื้นที่นั้นๆ ลักษณะการ rejection สำคัญเพราะบอกว่า trading pressure มาจากทางไหน แล้วดูลักษณะที่ราคาวิ่งออกมาเมื่อเกิด trading pressure ตรงส่วนนี้ให้เอาความรู้เรื่องออเดอร์และ postions เข้าไปประกอบด้วย คือเมื่อราคาเปิดจุด ZigZag แสดงว่าเป็นที่พื้นที่ราคาวิ่งไปเจอะ Limit orders มาจากการต้องการเข้าหรือการปิดทำกำไรก็ได้แล้วแต่กรณีไป และเมื่อราคาแตะ limit orders พวกนี่ที่พื้นที่ตรงนี้ได้กลายเป็น positions ในตลาดไปด้วย positions พวกนี้จะเป็นที่สนใจเมื่อเกิดราคาวิ่งสวนหรือเกิดการสูญเสียเกิดขึ้น มักจะทำให้เกิดราคาไปแตะ stop loss ที่ถูกกำหนดเลยทำให้ Market orders เกิดขึ้นทันที อย่างกรณีที่เลข 1 2 และ 3 ที่เปิดโอกาสให้เทรดแนวรับ-แนวต้าน เพราะ ZigZag ช่วยให้หาจุดกลับตัวได้ง่าย

ZigZag และจุดเบรค อีกอย่างหนึ่งเนื่องจาก ZigZag บอกเรื่องเทรนและจุดที่เกิดขึ้นเป็นจุดที่ราคาไปเจอ limit orders และได้กลายมาเป็น postions จากออเดอร์ที่รอเข้าตลาดกลายเป็น positions ที่อยู่ในตลาด กำไรหรือการสูญเสียที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับราคาตลาดที่เกิดตามมา เมื่อราคาเบรคจุดพวกนี้ จะทำให้เห็นว่าพื้นที่ liquidation หรือจุดที่เทรดเดอร์พวกที่เปิดตรงจุด ZigZag ก่อนที่ราคาจะเบรค หรือเทรดเดอร์ที่เทรดอีกรอบเพราะมองจุด ZigZag เป็นตัวกรองในการกำหนดแนวรับหรือแนวต้านแล้วเข้าเทรดอีกรอบกลายเป็น trapped traders และยังเป็นจุดที่พวก breakout traders เฝ้าตามมองด้วย หลักๆ เทรดเดอร์ 2 กลุ่มนี้จะตั้งคำสั่งด้วยเงื่อนไขตลาด ถ้าเป็นพวกเปิด positions ก็จะใช้ stop loss เพื่อออกจากตลาดและ breakout traders ก็จะใช้ buy/sell stop orders เพื่อเข้าตลาดก็จะอยู่พื้นที่เดียวกัน (ต้องไม่ลืมเรื่องออเดอร์เมื่อราคาไปแตะ stop loss แล้ว stop loss พวกนี้จะกลายเป็น market order ทันที ดังนั้นเรื่อง stop loss จึงเป็นเป้าที่ขาใหญ่เล็งเพราะถ้าราคาไปแตะแล้ว ตลาดเท่ากับเปิด market order พวกนี้ให้เอง ไม่เหมือนพวก manual market order ที่เทรดเดอร์เปิดเทรดเอง)

การเปิดเทรด – เมื่อเข้าในเรื่อง ZigZag ช่วยให้ท่านกำหนดเทรนได้ง่ายไม่ว่าจะเทรดระยะสั้นหรือยาวหรือเทรดสวน ด้วย 2 อย่างที่ยกมาด้านบน การเปิดเทรดอาจใช้วิธีการอ่านชาร์ตเปล่าแบบที่ยกมา สองข้อที่เข้าใจหลักการตลาดทำงาน หลักการออเดอร์ทำงาน และเทรดเดอร์อื่นๆ ที่เทรดและอยู่ในตลาด เช่นกรณีเมื่อท่านเห็นราคาเบรคจุด ZigZag ท่านอาจจะประยุกต์ Fibonacci Retracements เพื่อหาจุดเข้าเทรด หรือหลักการเรื่อง confluence อื่นๆ ที่เป็นผลจากการ technical analysis ที่เกิดขึ้นพื้นที่เดียวกัน จะเห็นว่าราคามา rejection ที่เลข Fibonacci retracement 50.0 ก็เปิดโอกาสให้เปิดเทรดตามผลการหาของ Fibo ได้ หรือท่านอาจเพิ่ม confluence อย่างอื่นเข้าไปเช่นเรื่อง supply/demand

เรื่องที่พื้นที่ตรงโซนโดน engulf ไปเลยเป็นการยืนยัน demand ไปในตัวด้วย จากที่กล่าวไว้ด้านบนจุดพวก ZigZag เป็นจุดที่บอกว่าราคาเจอ limit orders และออเดอร์พวกนี่ได้ลดลงไปเมื่อราคาไปถึงและได้เปลี่ยน limit orders พวกนั้นกลายเป็น long/short positions ด้วย พอราคาเบรคได้ทำให้เกิด Imbalance และเป็นการยืนยัน demand ทำให้รู้ว่าไม่มีเทรดเดอร์อยากเทรดต่อที่ supply นั้น จุดที่ราคาต้นตอและจุดที่ราคาเบรคเป็นจุดอ้างอิงในการเข้าเทรดต่อตรงที่ราคาย่อตัวลงมาและใช้ Fibonacci Retracement ประกอบ พื้นที่เดียวกันพอดี ส่วนการตั้ง stop loss ก็เป็นที่ต้นตอที่ทำให้เกิดราคาเอาชนะจุด ZigZag และไปแถวๆ ก่อน ZigZag ตัวสูงขึ้นไป

จากที่อธิบายมาจะเห็นว่าเมื่อท่านเข้าใจหลักการทำงานตลาด ออเดอร์ทำงานและเรื่องเทรดเดอร์อื่นๆ ที่เทรด เมื่อท่านใส่ ZigZag จะทำให้ท่านหาจุดอ้างอิงได้ง่ายและเร็ว พยายามเทรดกับจุด ZigZag ที่เป็นผลจาก momentum ที่เป็นส่วนสำคัญของ impulsive move ก็จะเพิ่มความเป็นไปได้สูง เพราะเห็นร่องรอยก่อนซึ่งเปิดเผยว่าขาใหญ่เข้าเทรดจริง

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

การลงทุนในตัวเลือกไบนารี
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: