การเทรดด้วยรูปแบบ price action และ กลยุทธ์

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

การเทรดด้วยรูปแบบ Price Action และ กลยุทธ์

ไม่ว่ากลยุทธ์ หรือระบบใดๆ ที่คุณใช้ในการเทรด, ต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับ Price Action (การเคลื่อนไหวของราคา) ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณเป็นนักเทรดที่ดีขึ้นเท่านั้น หากคุณรักความเรียบง่าย, คุณต้องมาเป็น “pure” นักเทรด Price Action Forex และลบสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากกราฟของคุณ

สรุป​:

  • Forex Price Action คือ
  • การเรียนรู้ทักษะ Price Action ขั้นสูง
  • Price Action indicator
  • รูปแบบของ Price Action และ กลยุทธ์
  • กระบวกการตัดสินใจของ Price Action

Forex Price Action คือ

Price Action (การเคลื่อนไหวของราคา) เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงของราคาเมื่อเวลาผ่านไป – การกระทำ หรือการเคลื่อนไหวของราคา เป็นที่สังเกตได้อย่างง่ายดายในตลาดที่มีสภาพคล่องและความผันผวนของราคาเพียงพอ, เช่น ตลาด forex, แต่สิ่งใดก็ตามที่ซื้อหรือขายได้อย่างอิสระในตลาดจะแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของราคา

แนวคิดของ price action การเคลื่อนไหวของราคาการเทรด สะท้อนให้เห็นถึงการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาพื้นฐานเป็นวิธีการสำหรับการเก็งกำไรทางการเงิน, ที่ใช้กันในนักเทรดรายย่อย และนักเทรดสถาบัน เนื่องจากไม่ได้สนใจปัจจัยพื้นฐานของหลักทรัพย์ (หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์, Forex) และดูที่ประวัติราคาหลักทรัพย์เป็นหลัก, ซึ่งเป็นรูปแบบของการวิเคราะห์ทางเทคนิค

สิ่งที่แตกต่างคือ price action การเคลื่อนไหวของราคาเทรดจากการวิเคราะห์ทางเทคนิคส่วนใหญ่ คือเน้นจุดสนใจหลักคือความสัมพันธ์ของราคาหลักทรัพย์ปัจจุบันกับราคาที่ผ่านมา ข้อมูลย้อนหลังที่ผ่านมารวมถึงการแกว่งตัวขึ้น และแกว่งตัวลง, เส้นแนวโน้ม, และระดับแนวรับและแนวต้าน

นักเทรดสังเกตความสัมพันธ์ขนาด, รูปร่าง, ตำแหน่ง, การเติบโต (เมื่อดูราคาปัจจุบันในเวลาจริง) และจำนวนของแท่งบน OHLC หรือ กราฟแท่งเทียน

การเรียนรู้ทักษะ Price Action ขั้นสูง

มี 3 กลุ่มทักษะพื้นฐาน:

  • การวิเคราะห์
  • กลยุทธ์การเทรด
  • การจัดการการเงิน

จิตวิทยาการเทรดก็มีความสำคัญเช่นกัน แต่จะไม่ครอบคลุมในเรื่องนี้ เอาเป็นว่าค่อยๆซึมซาบไป, การมีวินัยในตัวเอง, และการสนใจอย่างลึกซึ้ง, ทัศนคติต่อการขาดทุนและการชนะที่เป็นสิ่งสำคัญในการประสบความสำเร็จของคุณ

ดังนั้น, ทำให้ PC ของคุณเป็น ATM ส่วนตัว คุณจำเป็นต้องมีทักษะต่อไปนี้:

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

  • วิเคราะห์: แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาที่สำคัญที่สุดคืออะไร
  • กลยุทธ์การเทรด: ตัดสินใจภายใต้เงื่อนไขของตลาดเพื่อเข้าเทรด, ข้างใด
  • การจัดการการเงิน: ตัดสินใจเสี่ยงแค่ไหนในแต่ละการเทรด และทำกำไรเมื่อไหร่

อ่านต่อ หรือเริ่มเล่นใน account forex และเทรด forex price action ในเวลาจริง. (replace demo with account)

Price Action Indicator

เพื่อให้ได้ภาพรวมของแนวโน้มรวมถึงแนวรับและแนวต้านที่แข็งแกร่ง เราจึงทำการทบทวนกราฟในกรอบเวลาขนาดใหญ่ เช่นกราฟราคารายสัปดาห์ หรือกราฟรายวัน; จากนั้นเลื่อนไปยังกรอบเวลาที่สั้นลงของกราฟ เช่น กราฟ4ชั่วโมง และกราฟชั่วโมง; ก่อนจบใช้กราฟ 30, 15 หรือ 5 นาทีเพื่อระบุจุดเข้าที่ดี

ในกรอบเวลาใดๆ ไม่ว่าจะเป็นกราฟปี หรือกราฟ 1 นาที, นักเทรด forex price action เกือบจะไม่ยกเว้นการตรวจสอบอันดับแรกเพื่อดูว่าแนวโน้มตลาดขึ้นหรือลงหรือถูกจำกัดในช่วงการเทรด แนวคิดเรื่องแนวโน้มเป็นหนึ่งในแนวคิดเริ่มต้นในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ไม่ว่าแนวโน้มจะขึ้น หรือ ลง หรือ อยู่ในช่วง sideways ซึ่งแนวโน้มขาขึ้นที่เรารู้จักกันว่าแนวโน้มกระทิง bull trend, หรือขณะที่แนวโน้มหมี bear trend หรือแนวโน้มขาลง คือการที่ตลาดเคลื่อนที่ลง

สำหรับการเริ่มต้นที่สมบูรณ์, แนวโน้มขาขึ้นสามารถถูกอธิบายได้อย่างง่ายในช่วงเวลาที่ผ่านไปด้วยการที่ราคาเคลื่อนไหวขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรากำลังมองหาจุด higher highs อย่างน้อยสองแห่ง และระดับ higher lows อีกสองแห่งเพื่อสร้างแนวโน้มใหม่ และชุดของอย่างน้อย 3 higher highs และ higher lows เพื่อยืนยัน

ตลาดหมี bear market หรือ แนวโน้มขาลง ที่เราเห็นในชุดของ lower lows และ lower highs ในการเทรด price action สมมติฐานของสหสัมพันธ์เชิงอนุกรม, เช่น ในแนวโน้ม, ตลาดที่เหมือนจะไปต่อในทิศทางจนกระทั่งมีสัญญาณกลับตัว

คำนิยาม Range Trend

ตลาด ranging หรือ แนวโน้ม sideways ไม่ง่ายที่จะให้คำนิยาม, แต่มันเป็นสิ่งที่มีอยู่ เมื่อไม่มีแนวโน้มที่มองเห็นได้ มันถูกกำหนดโดย floor และ ceiling, ซึ่งมักจะมีการถกเถียงกัน ช่วงที่กล่าวถึงยังสามารถที่จะอ้างถึงแถบแนวนอนได้ horizontal channel ตลาด ranging มักแสดงการเคลื่อนไหวราคาแบบแนวราบเมื่อการต่อสู้ระหว่างอุปทานและอุปสงค์นั้นใกล้เคียงกัน

แนวโน้ม sideway โดยทั่วไปราคาจะวิ่งอยู่ระหว่างระดับที่แข็งแกร่งของแนวรับและแนวต้าน แนวโน้ม sideways มักถูกมองว่าเป็นช่วงของการรวมตัวก่อนที่ราคาจะไปต่อในทิศทางของการเคลื่อนที่ก่อนหน้านี้
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นแนวโน้มแนวนอนอยู่เหนือการเคลื่อนไหวของราคา price action ของคู่สกุลเงินที่เจาะจงเป็นระยะเวลานานก่อนที่จะเริ่มการเคลื่อนไหวที่สูงขึ้นหรือต่ำลง

ระดับแนวรับและแนวต้าน

ระดับแนวรับ หรือ ระดับแนวต้าน คือระดับราคาที่ตลาดมีการปฎิเสธอย่างน้อยสองครั้ง และทำให้ตลาดไม่สามารถทะลุถึงระดับใหม่ได้ แนวรับ/แนวต้านของระดับที่ระบุนั้นมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าที่ราคาในอดีตไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

อาจมีหลายเหตุผลว่าทำไมราคาถูกปฏิเสธในระดับเหล่านี้; การสะสมของคำสั่งซื้อ (ระดับแนวรับ) หรือคำสั่งขาย (ระดับแนวต้าน); ผู้ซื้อถูกดึงดูดโดยระดับที่ต่ำกว่า (ระดับแนวรับ) หรือผู้ขายที่ดึงดูดโดยระดับที่สูงขึ้น (ระดับแนวต้าน); ผู้ซื้อคิดหรือรู้สึกว่าตลาดจะไปสูงกว่า (แนวรับ), หรือผู้ขายคิดหรือรู้สึกว่าตลาดจะลงต่ำ, และอื่นๆ

แนวรับ/แนวต้าน มักพบที่ระดับราคา เช่น 0.9000 หรือ 1.1000 นักเทรดผู้ไม่มีประสบการณ์จำนวนมากมักจะซื้อ/ขาย เมื่อราคาเป็นจำนวนเต็ม เพราะว่าราคาเป้าหมาย หรือการตั้ง คำสั่ง stop loss โดยนักเทรดรายย่อย และนักเทรดสถาบันใหญ่บางรายวางราคาไว้ในระดับนี้ มากกว่าที่จะเป็น 0.9004 หรือ 1.9234 เพราะว่าหลายคำสั่งถูกวางไว้ที่ระดับเดียวกัน, ตัวเลขเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเป็นเครื่องกีดขวางราคาที่แข็งแกร่ง นักเทรดหลายเทคนิคจะใช้แนวรับและแนวต้านของเขาเพื่อเลือกกลยุทธ์ราคาเข้า/ออก เพราะพื้นที่เหล่านี้มักแสดงถึงราคาที่มีอิทธิพลต่อทิศทางของสินทรัพย์มากที่สุด

3 กฎง่ายๆเพื่อวาดระดับแนวรับ และแนวต้าน

  • กฎที่1: ราคาต้องถูกปฏิเสธอย่างน้อยสองครั้งจากระดับนี้
  • กฎที่2: ยิ่งถูกปฏิเสธจากระดับนั้นมากเท่าไหร่, ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น
  • กฎที่3: การปฏิเสธล่าสุดนั้นสำคัญกว่าการปฏิเสธก่อนหน้า

ระดับแนวรับและแนวต้าน Fibonacci

Fibonacci เป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักเทรดทางเทคนิค และขึ้นอยู่กับตัวเลขที่สำคัญโดยนักคณิตศาสตร์ Leonardo Fibonacci ในศตวรรษที่13 นักเทรด price action ใช้ Fibonacci retracement หรือ extension levels เป็นพื้นที่แนวรับและแนวต้านที่มีความเป็นไปได้ ตั้งแต่ที่นักเทรดหลายๆคนดูระดับเดียวกันเหล่านี้ และวางคำสั่งซื้อและขายบนระดับนี้เพื่อเข้าเทรด หรือวางจุดตัดขาดทุน, แนวโน้มระดับแนวรับและแนวต้านที่กลายเป็นการพยากรณ์ที่ย้ำความเชื่อของตนเอง นักเทรดก็ยังใช้ระดับของ Fibonacci เป็นระดับเพื่อทำกำไร

ทวนอีกครั้ง, ตั้งแต่นักเทรดหลายๆคนกำลังดูระดับเหล่านี้เพื่อวางคำสั่งซื้อและขายหรือทำกำไร, เครื่องมือนี้มักจะทำงานมากกว่าการพยากรณ์ที่ย้ำความเชื่อของตนเอง

ลำดับตัวเลขของ Fibonacci นั้นไม่สำคัญเท่ากับความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์, ที่แสดงเป็นอัตราส่วน, ระหว่างตัวเลขในชุด และเพื่อนักเทรด forex price action, มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ที่เกิดขึ้นแต่ในความเป็นจริงราคามักมีผลกับอัตราส่วนหลักของ Fibonacci 61.8%, 38.2%, และ 23.6% – โดยเคลื่อนที่ไปยังระดับเหล่านี้เหมือนกับแม่เหล็ก; จากนั้นออกไปจากระดับเหล่านี้อย่างรวดเร็วเมื่อปฏิเสธหรือเคลื่อนที่ผ่านระดับไป ในการวิเคราะห์ทางเทคนิค, Fibonacci retracement หรือ extension ที่ถูกสร้างขึ้นโดยจุดสองจุด (จุดสูงสุด หรือแนวรับ/แนวต้าน) บนกราฟราคา และแบ่งระยะแนวตั้งโดยอัตราส่วนหลัก Fibonacci 23.6%, 38.2%, 61.8%, 78.6%, และ 100% เมื่อระดับเหล่านี้ถูกระบุไว้, เส้นแนวนอนถูกวาดและใช้เพื่อระบุแนวรับและแนวต้านที่เป็นไปได้ มีเครื่องมือ Fibonacci ใน MT5 ที่ง่ายในการใช้เมื่อคุณรู้ว่าควรทำอะไร

นอกเหนือจากอัตราส่วนที่อธิบายไว้ข้างต้นนักเทรดจำนวนมากยังชอบใช้ระดับ 50% ซึ่งระดับ retracement 50% ไม่ได้เป็นอัตราส่วน Fibonacci, แต่ใช้เนื่องจากมีความโน้มเอียงที่มากสำหรับสินทรัพย์ที่ไปต่อในทิศทางที่แน่นอนเมื่อไปจบที่ 50% retracement

รูปแบบของ Price Action และ กลยุทธ์

การสังเกตการณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของรูปแบบ Price Action คือตลาดมักจะกลับมาที่ระดับราคาที่มันกลับตัวหรือราคามั่นคงขึ้น ถ้าตลาดกลับตัวที่ระดับที่แน่นอน, จากนั้นกลับมาที่ระดับนั้น, นักเทรด price action forex คาดหวังว่าตลาดจะสามารถผ่านจุดกลับตัว หรือย้อนกลับไปได้อีกครั้ง นักเทรดจะไม่ทำการใดจนกว่าตลาดจะทำอย่างใดอย่างหนึ่ง มักจะมีความเป็นไปได้ในการเข้าเทรดได้สูง, เมื่อผ่านจุดนี้และตลาดยังไปต่อหรือกลับตัวอีกครั้ง

นักเทรด price action จะไม่ใช้ครั้งแรกในการเข้าออเดอร์ แต่จะรอเพื่อเข้าทำการเทรดในครั้งที่สอง ตัวอย่างเช่น, ความพยายามครั้งที่สองโดยตลาดหมีบังคับให้ตลาดลดลงถึงระดับต่ำสุด เพื่อแสดง lows ใหม่, ถ้าผิดพลาด,
คู่ด้านล่าง และจุดที่ตลาดหมีจะละทิ้งตลาดขาลงและเริ่มการซื้อ, เข้าสู่ตลาดกระทิง และสร้างการเคลื่อนไหวขาขึ้นอย่างแข็งแรง ดังตัวอย่าง, หลังจากทะลุจากช่วง trading range หรือเส้นแนวโน้ม, ตลาดอาจจะกลับไปที่ระดับที่ราคาทะลุมา และจากนั้นแทนที่ trading range หรือแนวโน้ม, จะกลับตัวและทะลุราคาต่อไป ที่รู้จักกันว่าเป็นการ ‘ยืนยัน’

นักเทรด price action forex มักใช้การแตะครั้งที่สองในการเข้าเทรด

Reversal Bars

สัญญาณ reversal bar การกลับตัวของแนวโน้มปัจจุบัน เมื่อเห็นสัญญาณ, นักเทรดจะใช้เป็นสัญญาณว่าทิศทางตลาดจะเปลี่ยน จะให้ดีแท่งกลับตัวต้องปิดเหนือราคาเปิด, ด้วยหางด้านล่างต้องยาว (30% ถึง 50% ของความสูงของแท่ง) และหางด้านบนที่เล็กหรือไม่มีเลย, และมีเพียงค่าเฉลี่ย หรือการทับกันของค่าเฉลี่ยนด้านล่าง กับแท่งก่อนหน้า, และมีการทำ lower low มากกว่าแท่งก่อนหน้าในแนวโน้ม ส่วน bearish reversal ก็จะตรงข้ามกัน

Reversals เป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งกว่าถ้าเป็นจุดที่ไกลสุด ไม่ว่าจะขึ้นหรือลงมากกว่าแนวโน้มปัจจุบันที่จะได้รับ ถ้าไปต่อในแนวโน้มก่อนหน้า, เช่น bullish reversal จะมี low อยู่ต่ำกว่าเส้นที่ประมาณไว้จากระดับ lows ของแนวโน้มขาลงก่อนหน้า นี่คือ “overshoot” แท่งกลับตัวเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งกว่าเมื่อเกิดขึ้นที่ระดับราคาเดียวกันกับการกลับตัวแนวโน้มครั้งก่อนหน้า

การตีความ price action ของแท่งกลับตัว bullish reversal ที่บ่งบอกว่ามีแรงกดดันการขายในตลาดที่ผ่านจุดสำคัญ และตอนนี้ผู้ซื้อได้เข้ามาในตลาดมากขึ้น และครอบครองตลาดไป, ราคาที่กำหนดขึ้นซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากระดับต่ำที่ความสัมพันธ์ของผู้ขายจากการเสนอราคาของผู้ซื้อทำให้แนวโน้มขึ้น

Pull-back

การซื้อเมื่ออ่อนค่า และขายเมื่อแข็งค่า คือศิลปะของการซื้อแบบ pullback การ pull-back คือการเคลื่อนไหวเมื่อตลาดขัดกับแนวโน้มที่เกิดขึ้น หรือออกจาก breakout แต่ไม่สามารถย้อนกลับเริ่มต้นแนวโน้มหรือเริ่มต้นการ breakout รูปแบบการเคลื่อนไหวราคาแบบนี้อาจอาจถูกมองว่าเป็นการพลิกกลับสั้น ๆ ของแนวโน้มที่เกิดขึ้นส่งสัญญาณหยุดชั่วคราวเล็กน้อยในโมเมนตัม

บ่อยครั้งที่การ pullbacks ถูกมองว่าเป็นโอกาสในการซื้อหลังจากสกุลเงินมีการเคลื่อนไหวของราคาจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามเป็นสิ่งสำคัญในการวิเคราะห์การ pullback อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการพลิกกลับของแนวโน้มที่ชัดเจน หรือหยุดชั่วคราวเล็กน้อยในแนวโน้ม, แต่ละการเทรดมีความแตกต่างกันมาก

price action เทคนิคการเข้าอย่างหนึ่งที่เข้าตาม pull-back ด้วยเป้าหมายการเข้าด้วยแนวโน้มที่สุดทางของ pull-back นี่คือกระบวนการของเรา

กำหนดแนวโน้มหลักก่อน (แนวโน้มขึ้น หรือแนวโน้มลง) ในกรอบเวลารายชั่วโมง Exponential Moving Average – EMAs (50, 100 & 200) และเส้นแนวโน้มสามารถใช้กำหนดทิศทางของแนวโน้มหลัก

หลังจากกำหนดทิศทางของแนวโน้มบนกราฟรายชั่วโมง, เราจะไปดูที่กราฟ 30นาที จากนั้นก็กราฟ 15นาที เพื่อสร้างแนวโน้มในทิศทางเดียวกันกับแนวโน้มชั่วโมง เราจะดูที่ pullback ด้วยเช่นกันบนกรอบเวลาเหล่านี้เพื่อดุว่าเชื่อมต่อกันหรือไม่

บนกราฟ 5นาที, เราวาดเส้นแนวโน้ม เราจะรอให้ราคาผ่านเส้นแนวโน้ม และกลับไปยังเส้นแนวโน้ม รอราคาย้อนกลับไปที่ราคาเส้นแนวโน้ม และพักตัวตามแนวดน้ม เข้าในรูปแบบของแท่งเทียนถัดไป หรือแท่งเหนือเส้นแนวโน้ม

Breakouts

Breakout เกิดขึ้นเมื่อราคา “ฝ่าวงล้อม” ในส่วนของเส้นที่แข็งแรง หรือ trading range การ breakout สามารถเกิดขึ้นเมื่อระดับราคาที่เจาะจง – เช่นระดับแนวรับ และ แนวต้าน, จุด pivot, ระดับ Fibonacci, และอื่นๆ ด้วยการเทรดแบบ breakout, เป้าหมายคือเข้าตลาดได้ถูกต้อง เมื่อราคาทำการ breakout และจากนั้นเทรดอย่างต่อเนื่องจนกระทั้งความผันผวนลดลง

เมื่อการเทรด breakouts สิ่งสำคัญคือการตะหนักว่ามีสองประเภทหลัก

  • Continuation breakouts
  • Reversal breakouts

การรู้จักรูปแบบของ breakout ที่คุณกำลังจะรู้ จะช่วยให้คุณรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในภาพรวมของตลาด Breakouts มีความสำคัญ เนื่องจากบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในอุปทาน และอุปสงค์ของคู่เงินที่คุณเทรด การเปลี่ยนแปลงความเชื่อมั่นนี้สามารถทำให้เกิดการเคลื่อนไหวอย่างกว้างขวางที่ให้โอกาสที่ยอดเยี่ยมสำหรับคุณที่จะคว้าผลกำไรได้บ้าง

หลังจาก breakout ออกไปตามทิศทางที่ breakout หนึ่งแท่ง หรือสอง หรือสาม, ตลาดมักจะย้อนกลับมาที่ทิศทางตรงข้ามในการ pull-back, เช่น ตลาด pulls back ไปสู่ทิศทางของการ breakout วิธีที่ดีในการเข้าตอน breakout คือรอจนกระทั่งราคาย้อนกลับมาที่ ระดับ breakout เดิม และจากนั้นรอเพื่อดูว่าถ้าเด้งกลับมาเพื่อสร้าง high ใหม่ หรือ low ใหม่ (ขึ้นอยู่กับทิศทางที่คุณเทรด)

Breakout Failures

การ Breakout อาจไม่ใช่การนำไปสู่จุดจบของพฤติกรรมตลาด, และการเริ่มต้นด้วยการ pullback สามารถพัฒนาไปสู่การล้มเหลวของ breakout, เช่น ตลาดที่กลับไปในรูปแบบเดิม ถ้าตลาด breaks out โดยห้าครั้ง และไม่ได้ชนกำไรที่ตั้งไว้, จากนั้นนักเทรด price action จะเห็นสิ่งนี้ว่าเป็นห้าครั้งล้มเหลวในการฝ่าวงล้อมและจะเข้าสู่ทิศทางตรงกันข้ามที่สิ้นสุดของ breakout เพื่อใช้ประโยชน์จากคำสั่งหยุดจากนักเทรดที่ขาดทุนจากการออกออเดอร์

ในสถานการณ์เฉพาะที่นักเทรด price action forex สังเกตการ breakout, ดูมันล้มเหลวและตัดสินใจเทรดโดยหวังว่าจะได้กำไรจากความล้มเหลว, มีอันตรายสำหรับนักเทรดที่ตลาดจะกลับมาอีกครั้ง และไปต่อในทิศทางของ breakout, นำไปสู่การขาดทุนของนักเทรด สิ่งนี้เรียกว่าความล้มเหลวที่ล้มเหลวและเทรดโดยรับผลขาดทุนและย้อนกลับมายังตำแหน่งเดิม มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ breakouts ที่ล้มเหลว, การตั้งค่าที่ล้มเหลวอื่น ๆ สามารถกลับมาดีในนาทีสุดท้ายและเป็น ‘failed failures’

Trend Line Breaks

เมื่อตลาดมีแนวโน้มสำคัญ, นักเทรดสามารถวาดเส้นแนวโน้มในทิศทางตรงกันข้ามของตลาดเมื่อเข้าถึงการย้อนกลับ การย้อนกลับไปตามเส้นแนวโน้มที่มีอยู่คือ ‘Trend Line Breaks’ และเป็นสัญญาณของความอ่อนแรงของแนวโน้ม นี่เป็นการชี้ทางว่าตลาดอาจจะย้อนกลับแนวโน้มในไม่ช้าหรืออย่างน้อยก็หยุดความคืบหน้าของแนวโน้มในช่วงเวลาหนึ่ง

ราคาที่เกินเส้นแถบแนวโน้มอ้างถึงราคาที่ออกจากแถบแนวโน้มที่สังเกตได้ในทิศทางของแนวโน้ม การเกินไม่จำเป็นต้องเป็นแท่งกลับตัวเนื่องจากสามารถเกิดขึ้นในระหว่างแท่งแนวโน้ม บางครั้งอาจจะไม่ใช่ผลในการกลับตัวทั้งหมด, มันเป็นการบังคับนักเทรด price action ปรับแถบแนวโน้ม

การหลุดจากเส้นแนวโน้มเป็นเรื่องง่าย; ขั้นแรกคือค้นหาแนวโน้มที่แข็งแกร่ง ใช้เส้นแนวโน้มช่วยให้เห็นจุดที่แนวโน้มและแนวกั้นสำหรับ price action ตอนนี้เรากำลังรอการเคลื่อนไหวของราคาเพื่อฝ่าเส้นแนวโน้ม และมุ่งหน้าลง, ซึ่งตอนนี้อาจมีการป้อนคำสั่งขาย ตอนนี้เรามีคำสั่งขายสดเปิดและถูกล็อคในบาง forex pips, โฟกัสต่อไปของเราควรจะวางแผนสำหรับการออก บนพื้นฐานของความรู้ใน รูปแบบแท่งเทียนกลับตัว, เราจะไม่เพียงใช้สำหรรับการเข้าแต่ก็ใช้ได้ดีสำหรับการออกออเดอร์ เพื่ออกจากออเดอร์ที่เปิดไว้, นักเทรดต้องจำรูปแบบการกลับตัว และให้อ้างอิงในออกจากเทรดนั้น

Double, Triple Tops and Bottoms

เมื่อตลาดมาถึงราคาที่สูงในมุมมองของนักเทรด, มันมักจะเกิดการ pulls back จากราคาเพื่อกลับไปที่ระดับราคานั้นอีกครั้ง ในสถานการณ์ที่ระดับราคาดังกล่าวถืออยู่และตลาดกลับมาสงบลงอีกครั้ง, การกลับตัวสองครั้งที่ระดับราคานั้นเรียกกันว่า double top bear flag หรือ double bottom bull flag, หรือเรียกง่ายๆว่า double top / double bottom และ บ่งบอกว่าการย้อนกลับมาจะดำเนินต่อไป

การ pull-back เป็นเรื่องธรรมดามากหลังจาก double top หรือ bottom และพบได้ทั่วไปหลังจาก triple top หรือ bottom นี่คือรูปแบบทั่วไปของ head and shoulders นักเทรด price action forex จะเทรดรูปแบบนี้, เช่น double top, โดยการวางจุดหยุดขาดทุนฝั่งขาย ไว้ด้านล่างของแท่งที่เป็น secound ‘top’ ถ้ามีการเข้าออเดอร์นั้น, จากนั้นนักเทรดตั้งค่าป้องกันคำสั่ง stop-loss หนึ่งครั้งเหนือแท่งเดียวกัน

Trading Ranging Markets

ในช่วงตลาดที่มีแนวโน้มแข็งแรง, นักเทรด forex ส่วนใหญ่ทำการเทรดอย่างมีกำไรและสะดวกสบาย, แต่เมื่อแนวโน้มเกินจากนี้ ปัญหาก็จะเกิดขึ้น: ระบบ trend-following จะไม่ทำงาน, ความถี่ของสัญญาณการเข้าเพิ่มขึ้น, ทำให้เกิดการสูญเสียที่สะสมกำไรไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อคำนึงถึงว่า ตลาด Forex มีเวลามากถึง 50% ในสถานะที่ไม่ได้อยู่ในแนวโน้ม, เป็น sideways, ความรู้เกี่ยวกับวิธีจัดการกับตลาด range-bound นั้นมีความสำคัญ

เมื่อนักเทรดระบุช่วงการเทรด, เช่น การไม่มีแนวโน้ม และเพดานของตลาดที่เคลื่อนไหวขึ้น และพื้นราคาที่เคลื่อนไหวลง, จากนั้นนักเทรด price action จะใช้หนึ่งหรือสองกลยุทธ์; พวกเขาจะใช้ระดับราคาเพดานและพื้นเป็นจุดเข้า, ทำการเทรดเพื่อกลับไปที่จุดกลางหรือจุดค่าเฉลี่ย; หรือพวกเขาจะใช้ระดับราคาเพดานและพื้นเป็นกันชนที่ตลาดจะทะลุผ่านขึ้นไป, ด้วยหวังว่าการทะลุระดับนั้นจะล้มเหลว และตลาดจะกลับตัว (ดูการ breakouts ด้านบน)

เมื่อช่วงการเทรดนั้นยากสำหรับเทรด, นักเทรด price action forex มักจะรอหลังจากเห็น higher high แรก และการเกิด break-out ครั้งที่สองตามมาโดยเป็นการล้มเหลว;
สิ่งนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อการเทรดตลาดขาลง bearish ที่มีความเป็นไปได้สูง, ด้วยการใช้ช่วงกลางเป็นการตั้งเป้าหมายกำไร ซึ่งเป็นรูปแบบที่นิยม อย่างแรก เนื่องจากตรงกลางของช่วงการเทรดจะมีแนวโน้มที่เป็นเหมือนแม่เหล็กสำหรับ price action และอย่างที่สอง เนื่องจาก higher high เป็นเพียงการสูงกว่าไม่กี่จุด และดังนั้นจึงให้ผลกำไรเพียงไม่มากถ้าหากสำเร็จ

กระบวกการตัดสินใจของ Price Action

ถ้าไม่คำนึงถึงการวิเคราะห์ และสัญญาณที่ใช้, ก่อนที่จะเข้าการเทรด, นักเทรดต้องผ่านกระบวนการตัดสินใจที่เขาหรือเธอจะต้องทำไว้ล่วงหน้า

  • การเคลื่อนไหวอะไรที่มีแนวโน้มมากที่สุดในราคา? ขึ้น หรือ ลง? มองได้จากการวิเคราะห์ตลาด, การดูข้อมูลราคาจากเครื่องมือวัด, และการศึกษาการเดาบนพื้นฐานตรรกะ และความเชื่อของนักเทรด
  • ฉันควรเข้าหรือไม่? นักเทรดจำเป็นต้องมั่นใจว่าการตั้งค่าการเทรดมีโอกาสเพียงพอที่จะสำเร็จตามอัตราส่วนของกำไรต่อความเสี่ยง ก่อนที่จะทำการเข้าออเดอร์ “taking a position” ตำแหน่งนั้นสามารถไปในขา long (ทำกำไรเมื่อราคาเคลื่อนที่ขึ้น) หรือ short (ทำกำไรเมื่อราคาเคลื่อนที่ลง)
  • เมื่อไหร่ที่เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะเข้า? ราคามีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง, และเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องอดทนพอที่จะหาจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดมากกว่าที่จะกระโดดเข้ามาทันทีที่นักเทรดคิดว่าพวกเขาเห็นโอกาส
  • ควรจะเสี่ยงเท่าไหร่? การตัดสินใจนี้จะถูกกำหนดโดยกลยุทธ์การจัดการเงินของนักเทรด
  • กำไรเท่าไหร่ที่ฉันควรทำได้? นักเทรดจำเป็นต้องมีความคิดว่าเขาหรือเธอ จะยืนอยู่บนการเทรดก่อนที่จะออกไป ราคาสามารถเคลื่อนไหวได้ตามความต้องการของนักเทรด นักเทรดจำเป็นต้องรู้ว่าเมื่อใดที่พวกเขามีความเสี่ยงมากพอ และควรนำเงินออกบางส่วนตอนนี้ หรือเงินทั้งหมดบนโต๊ะของเขา

ทำความเข้าใจว่า Price Action ขั้นสูง คืออะไร และวิธีทำงานเป็นอย่างไร นั้นเป็นสิ่งสำคัญ, แต่ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ, MT5 platform ให้คุณใช้เครื่องมือ Forex Price Action และ ผู้สอนของเราสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องสำหรับคุณ เริ่มเล่นใน demo forex และ สังเกตวิธีที่ Forex Price Action indicators สามารถทำเงินให้คุณได้อย่างจริงจัง

คุณสามารถสร้างกลยุทธ์ price action ด้วย Expert Advisor Builder (ทดลองใช้ฟรี 14วัน)

เขียน ea forex ด้วยตัวคุณเอง เพียงไม่กี่คลิก – โปรแกรมช่วยเขียน EA Forex

Oops! That page can’t be found.

It looks like nothing was found at this location. Maybe try one of the links below or a search?

เว็บไซต์ Forexbuddytrader.com คือเว็บให้ความรู้เกี่ยวกับตลาด Forex เทคนิคการเทรด ในประเทศไทย รวมถึงการแนะนำรีวิวโบรกเกอร์ที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย

การลงทุนในตลาด Forex มีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน เราไม่สนับสนุนการระดมทุนทุกรูปแบบ

Category Archives: เทคนิคการเทรด

รวบรวมเทคนิคและวิธีการต่างๆ ในการเทรด Forex ให้เทรดเดอร์สามารถนำไปกำหนดสัญญาณ Buy / Sell เพื่อสร้างกำไรในการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Chart reading อย่างเดียวยังไม่พอ
Double TopsและDouble Bottoms

Double TopsและDouble Bottoms Price action patternอีกอย่างที่เทรดเดอร์รู้จักกันดีและพยามเทรดกันมากที่สุดอีกรูปแบบหนึ่งน่าจะเป็นDouble

KISS – Keep It Simple Stupid

การเทรดที่เรียบง่ายโดยใช้แค่price chartเท่านั้นแม้ว่าจะเป็น เรื่องที่ยากสำหรับเทรดเดอร์ใหม่ๆที่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือเพราะช่วงแรกที่เข้ามาศึกษาในการเทรดก็โดนสอนให้ศึกษาการเทรดด้วยการใช้อินดีเคเตอร์เป็นหลักหรือแม้แต่ศึกษาเองก็มีแต่ข้อมูลการเทรดที่อ้างอิงอินดิเคเตอร์เป็นหลักเมื่อเวลาผ่านไปขบวนการตัดสินใจทุกอย่างจึงอิงข้อมูลที่มาจากอินดีเคเตอร์เป็นหลัก

การใช้ Fibonacci Retracement ประกอบการเข้าเทรด (ตอน 1)

การใช้ Fibonacci Retracement ประกอบการเข้าเทรด (ตอน 1) Fibonacci Retracement: อีกทูลตัวหนึ่งในการใช้เทรดที่นิยมกัน เพื่อเทรดแนวรับแนวต้าน หลังจากเป็นราคาที่ทำ swing high และ swing

การใช้ Fibonacci Retracement ประกอบการเข้าเทรด (ตอน 2)

การใช้ Fibonacci Retracement ประกอบการเข้าเทรด (ตอน 2) ต่อจากตอน 1 การเข้าใจ Fibonacci Retracement ไม่ใช่เรื่องยาก ที่ยากจะเป็นการกำหนด swing high

Supply/Demand trading ตอน 2

Supply/Demand trading ตอน 2 Supply/Demand trading เห็นการเทรดรูปแบบ price level ที่ศึกษาเรื่องออเดอร์และพฤติกรรมของเทรดเดอร์ ที่เปิดเผยออกมาทาง price action มองจากชาร์ตเปล่า เราจะเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่ขาใหญ่ไม่สามารถปกปิดได้

Supply/Demand Trading

Supply/Demand Trading ตอนนี้ถ้าคุยเรื่องการเทรดแนว supply/demand trading คงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับการศึกษา technical analysis เพื่อการเทรด แม้ว่าได้อธิบายเรื่องราคาเคลื่อนไหวเพราะ demand/supply ที่ไม่สมดุลย์กันมานาน ต้องรู้ว่ามีตัวกรองหลายตัวเพื่อวัดคุณภาพของ demand/supply ที่จะเทรดว่ามีความเป็นไปได้มากพอหรือเปล่า

Stop Hunting สิ่งที่ต้องเจอ

เมื่อท่านผ่านการเทรดมาสักระยะท่านอาจจะได้ยินคำว่า stop hunt ล่าstops ของโบรกบ้างของรายใหญ่บ้างซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะถ้าท่านเข้าใจการทำงานออเดอร์ประเภทStop ordersท่านจะรู้ว่ามันจำเป็นและเป็นประเภทออเดอร์ที่สามารถบังคับให้เกิดได้ถ้าท่านสามารถสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ราคาวิ่งไปถึงจุดตั้งStop ordersพวกนี้ได้

ออเดอร์และมุมมองที่มาการเทรดด้วย Technical Analysis

ออเดอร์และมุมมองที่มาการเทรดด้วย Technical Analysis ออเดอร์และมุมมองที่มาการเทรดด้วย Technical Analysis ต่อจากบทความที่ 1 หลังจากที่เราเริ่มเข้าใจว่าราคาเคลื่อนไหวขึ้น-ลง เพราะจำนวนออเดอร์ที่เกิดจากการเปิดเทรดเพื่อเข้าตลาด เช่นเปิด Sell หรือ Buy จากการวิเคราะห์เพื่อหาความเป็นไปได้

การวิเคราะห์แบบ Multi-timeframe

การวิเคราะห์แบบ Multi-timeframe การวิเคราะห์แบบ Multi-timeframe ช่วยเพิ่มความเป็นไปได้ในการเทรด ถ้าเราเทรดด้วยผลการวิเคระห์ price chart เป็นหลักหรือเราเชื่อว่าถ้าเราอ่านชาร์ตเปล่าเป็น ชาร์ตเปล่าเพียงพอที่จะให้ข้อมูลท่านในการเทรด โดยไม่ใช้อินดิเคเตอร์ตัวไหนเลย การรู้-เข้าใจตลาด รู้เทรดเดอร์ประเภทต่างๆ

เทรด USDJPY ด้วย correlation ระหว่าง Dollar Index และ Yen Index

เนื่องจากUSDJPYเกี่ยวข้องกับค่าเงินUSDและJPYสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคาคือสิ่งที่กระทบต่อค่าเงิน USD และ JPY ไม่ว่าจะเป็นข่าวที่แรงๆตัวเลขทางเศรษฐกิจเช่นข่าวNon-Farm Employment Changeหรือเหตุการณ์ทางการเมืองของUSDล้วนส่งผลกระทบหมดและเรื่องของช่วงตลาดที่ทำให้เกิดvolatilityแต่ละช่วงล้วนมีผลต่อการเทรดทั้งหมด แต่วิธีการเทรดจะดูง่ายและได้ผลดีขึ้นด้วยการใช้ correlationระหว่างDollar IndexและYen Index

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

การลงทุนในตัวเลือกไบนารี
Leave a Reply

;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: