ช่องทางในชีวิตประจำวัน

การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
  • Binarium
    Binarium

    อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

  • Binomo
    Binomo

    อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

ช่องทางในชีวิตประจำวัน

2020-08-07T09:02:45.814-07:00 กูเกิลจัดระเบียบเสิร์ช พลิกฟ้าโลกออนไลน์
การศึกษาล่าสุดในธุรกิจค้นหา ข้อมูลออนไลน์หรือเสิร์ชเอนจิน พบการจัดระเบียบเสิร์ชเอนจินของกูเกิล (Google) ให้มีคุณภาพดีขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สร้างผลกระทบเปลี่ยนแปลงโลกออนไลน์ครั้งใหญ่ ที่เห็นชัดเจนในขณะนี้คือเว็บไซต์ใหญ่หลายแห่งที่ติดอันดับผลการค้นหาหน้า แรกกลับถูกลดอันดับลง ขณะที่เว็บไซต์เครือข่ายสังคม ร้านค้าปลีก และข่าว กลับมีผลการค้นหาที่ดีขึ้น นักวิเคราะห์มั่นใจทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านผลประโยชน์ใน ธุรกิจโฆษณาออนไลน์มูลค่าหลายล้านเหรียญในอนาคต

กู เกิล ยักษ์ใหญ่เสิร์ชเอนจินอเมริกันออกแถลงการณ์แจ้งปรับเปลี่ยนระบบการจัดดัชนี ค้นหาข้อมูลหรืออัลกอริทึมในเว็บไซต์กูเกิลดอทคอมเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จุดประสงค์หลักคือการพัฒนาให้ผลการค้นหาข้อมูลบนกูเกิลมีคุณภาพมากขึ้น ด้วยการตัดทางโตเว็บไซต์ที่มีเนื้อหา “คุณภาพต่ำ” เพราะเว็บไซต์เหล่านี้มักมีเนื้อหาเพียงแค่ให้ระบบของกูเกิลเสิร์ชพบแล้วล่อ ลวงให้ผู้ใช้กูเกิลเปิดหน้าเว็บที่มีแต่โฆษณา เบื้องต้นกูเกิลคาดว่าการปรับอัลกอริทึมครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงผลการค้นหาราว 12% ของการค้นหาบนกูเกิลในสหรัฐฯ ก่อนที่กูเกิลจะขยายไปกูเกิลภูมิภาคอื่นต่อไป

อา มิต สิงหัล และแม็ตต์ คัตส์ ส่วนหนึ่งของทีมวิศวกรกูเกิลยอมรับในบล็อกของบริษัทว่าการปรับระบบครั้งนี้ จะทำให้หลายเว็บไซต์ได้รับอันดับที่สูงขึ้นในหน้าผลการค้นหาของกูเกิล สวนทางกับหลายเว็บไซต์ที่จะได้รับอันดับที่ต่ำลง โดยให้ข้อมูลว่าระบบอัลกอริทึมใหม่ของกูเกิลจะให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่ เป็นเจ้าของเนื้อหาดั้งเดิม เช่น เว็บไซต์ที่เป็นเจ้าของงานวิจัย รายงาน และการวิเคราะห์อื่นๆ เหล่านี้จะมีอันดับผลการค้นหาที่ดีขึ้น

ล่า สุด ประชาสัมพันธ์กูเกิลระบุว่าได้รับเสียงตอบรับจากผู้ใช้ในทางที่ดี โดยเป็นการวัดผลจากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคซึ่งกูเกิลระบุว่ามีทีมงานนอก กูเกิลหลายร้อยรายที่คอยตรวจตราพฤติกรรมผิดสังเกตของผู้ใช้ เช่น การกดปุ่มย้อนหลังหรือ back อย่างเร็วหลังจากได้เห็นหน้าผลการเคลื่อนไหว ซึ่งแปลได้ว่าผู้บริโภคไม่พอใจกับผลการค้นหาที่ได้รับ

อย่าง ไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลง นี้ไม่ได้รับความเห็นชอบจากบางเว็บไซต์ เนื่องจากที่ผ่านมา หลายเว็บไซต์ดิ้นรนปรับแต่งเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อให้ติด 1 ใน 5 อันดับผลการค้นหาของกูเกิล เพราะชาวออนไลน์ส่วนใหญ่มักจะเชื่อถือลิงก์ที่ปรากฏในอันดับต้นๆของหน้า เสิร์ช ความเป็นตายร้ายดีของเว็บไซต์หลายแห่งเหล่านี้จึงขึ้นอยู่กับอันดับ ซึ่งมีผลต่อปริมาณการกดลิงก์จากหน้าผลการค้นหาของกูเกิล การลดอันดับในหน้าผลการค้นหาจึงอาจทำให้เว็บไซต์เหล่านี้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะรายได้จากการโฆษณาออนไลน์ที่อาจตกลง

บริษัท วิจัย Sistrix GmbH ในเยอรมนีคือบริษัทล่าสุดที่พยายามศึกษาว่าเว็บไซต์ใดที่มีอันดับการค้นหา ที่ดีขึ้นและเว็บไซต์ใดได้รับอันดับการค้นหาที่ลดลง จึงทดลองค้นหาข้อมูลมากกว่า 1 ล้านครั้งโดยใช้คำค้นหาพื้นฐานเช่น “credit” เพื่อค้นหาบริการสินเชื่อการเงิน และ “real estate” เพื่อค้นหาข้อมูลซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ปรากฏว่าเจ้าของเว็บไซต์หลายรายที่ถูกอ้างถึงในผลการศึกษายอมรับว่า การที่เว็บไซต์ของตัวเองถูกปรับลดอันดับนั้นสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

เด นิส กรอสซ์ ประธานบริษัท Conjecture Corp. ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เว็บไซต์ WiseGeek.com ให้ความเห็นว่าการที่บทความใน WiseGeek ถูกลดอันดับในหน้าผลการเสิร์ชของกูเกิล (จาก 2 ไปเป็น 5) นั้นเป็นความไม่ยุติธรรม ทำให้เสียเปรียบคู่แข่งที่มีเนื้อหาบทความคุณภาพต่ำกว่า โดยบอกว่าแม้บริษัทจะรู้ว่าเว็บไซต์ของตัวเองไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ก็มีความมั่นใจว่าเนื้อหาบทความของบริษัทมีคุณภาพ

กร อสซ์ย้ำว่าที่ผ่านมา WiseGeek ชำระค่าจ้างนักเขียนมากกว่า 10 เหรียญต่อบทความ และจะไม่อนุมัติให้เผยแพร่บทความหากบทความนั้นไม่ได้มาตรฐาน โดยขณะนี้ WiseGeek มีบทความมากกว่า 124,000 ชิ้น

เจ้า ของเว็บไซต์ WiseGeek.com จึงเรียกร้องให้กูเกิลระบุแนวทางที่ชัดเจน เพื่อให้เว็บไซต์ได้ปรับตัวและเพิ่มคุณภาพเนื้อหา ซึ่ง WiseGeek ก็จะปรับตัวเพื่อให้มีอันดับการค้นหาข้อมูลที่ดีเช่นเดิม เรื่องนี้ประชาสัมพันธ์กูเกิลยืนยันว่า เจ้าของเว็บไซต์สามารถติดต่อเพื่อรับคำชี้แจงจากกูเกิลได้โดยตรงหลายช่องทาง หนึ่งในนั้นคือการติดต่อผ่านเว็บไซต์ webmaster central ของกูเกิล

อีก เว็บไซต์ที่การสำรวจของ Sistrix พบว่าถูกลดอันดับจากอัลกอริทึมใหม่ของกูเกิลคือ TheFind.com เว็บไซต์ให้บริการแนะนำการซื้อสินค้าออนไลน์ และ Associated Content เว็บไซต์ให้บริการข้อเขียนหลากหลายที่ยาฮูเพิ่งประกาศซื้อไปเมื่อปีที่ผ่านมา

สำ หรับเว็บไซต์ที่ Sistrix พบว่ามีอันดับการค้นหาที่ดีขึ้นคือเว็บเพจจากเครือข่ายสังคมเช่น LinkedIn.com และ Facebook.com ยังมีเว็บไซต์ข่าวทั้งของสำนักข่าวไทม์ (Time) ฟ็อกซ์นิวส์ (Fox News) และนิวยอร์กเดลีนิวส์ (New York Daily News) รวมถึงเว็บไซต์ร้านค้าปลีกอย่างวอลมาร์ท (Wal-Mart) ทาร์เก็ต (Target) และอีเบย์ (eBay) และเว็บไซต์วิดีโอออนไลน์ของกูเกิลเองอย่างยูทิวบ์ (YouTube) ก็ได้รับการเพิ่มอันดับเช่นกัน

จอห์น แคนทาเรลลา (John Cantarella) ประธานฝ่ายข่าวดิจิตอลของไทม์ให้ความเห็นว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะส่งผลดีต่อ บริษัท โดยบริษัทยินดีที่การเปลี่ยนแปลงนี้จะนำไปสู่การอ้างอิงที่มาของรายงานข่าว คุณภาพที่ต้นฉบับ
ยังไม่มีรายงานความเห็นจาก ประชาสัมพันธ์อีเบย์และผู้บริหาร เว็บไซต์ที่มีอันดับการค้นหาข้อมูลที่ดีขึ้นเพิ่มเติม คาดว่าภายในปีนี้จะมีการวิเคราะห์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมของกุ เกิลในวงการโฆษณาออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต

  • ณัฐนรินทร์ http://www.blogger.com/profile/01632453642467152807 [email protected] 1

    tag:blogger.com,1999:blog-849348943308524826.post-1475301450913090673

    2020-08-07T09:02:09.932-07:00 เจาะลึกการค้นหา Google Insight Search
    การค้นหา หรือ Search ได้กลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตใช้งานกัน ไม่น้อยไปกว่าการส่งอีเมล์ หรือ การใช้งานเว็บสังคมออนไลน์ กิจกรรมการค้นหาจึงเหมาะกับผู้ที่กำลังสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เราเรียกกันว่าค้นหาตาม คำหลัก หรือ Keyword
    เว็บไซต์สำหรับค้นหามีมากมายในปัจจุบัน แต่เว็บไซต์สำหรับค้นหาหลักๆ ก็มีเพียงไม่กี่ไซต์ Google เป็นเว็บไซต์สำหรับค้นหาอันดับหนึ่งของโลก โดยมีส่วนแบ่งมากกว่าร้อยละ 50 ทั่วโลก และมากกว่าร้อยละ 90 สำหรับประเทศไทย ดังนั้น จึงไม่แปลกเลยที่คำหลักในการค้นหาของ Google จึงกลายเป็นข้อมูลเชิงลึกสำหรับการวิจัย อาทิ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตให้ความสนใจในเรื่องใด ประเทศไหนหรือภูมิภาคใดให้ความสนใจเรื่องใดเป็นพิเศษ เป็นต้น
    Google Insight Search (http://www.google.com/insights/search) เป็น เครื่องมือที่ให้ข้อมูลเชิง ลึกการค้นหา คุณสามารถเปรียบเทียบ ข้อความค้นหามากกว่าหนึ่งข้อความ โดยพิจารณาตามภูมิศาสตร์ ภาษา ช่วงเวลา และหมวดหมู่

    ประโยชน์ที่คุณจะได้รับ จาก Google Insight Search

    1. เปรียบเทียบข้อความค้นหา ว่าข้อความใดได้รับสนใจในแต่ภูมิศาสตร์ ช่วงเวลา เป็นต้น
    2. ใช้พิจารณาแนวโน้ม (Trends) ของสินค้า หรือ ความสนใจใดๆ โดย Google Insight Search จะแสดงเป็นกราฟ ตลอดช่วงเวลา
    3. ใช้พิจารณากระแสความสนใจของสินค้า ตราสินค้า หรือ พิจารณาการรับรู้ตราสินค้าของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต
  • ณัฐนรินทร์ http://www.blogger.com/profile/01632453642467152807 [email protected] 0

    tag:blogger.com,1999:blog-849348943308524826.post-8380551562762166814

    2020-08-07T09:00:27.293-07:00 แฉเน็ตเครือข่ายสังคม ช่องทางฮิต-นัดมีเซ็กซ์

    พบแนวโน้มมีเซ็กซ์กันเองในหมู่เพื่อนร่วมงาน เจ้านายกับลูกน้อง รวมถึงใช้เว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม เป็นช่องทางในการมีเพศสัมพันธ์กัน เพิ่มมากขึ้นเท่าตัว ขณะที่การซื้อบริการทางเพศกลับลดลง ชี้เป็นแนวโน้มที่ต้องรณรงค์ เพื่อป้องกันการระบาดของโรคเอดส์ ‘จุรินทร์’ เผยตัวเลขคนไทยที่ป่วยเป็นเอดส์ที่ยังมีชีวิตมีอยู่ 5.2 แสนคน ทุกปีจะมีคนติดเชื้อใหม่ถึง 1 หมื่นคน ตั้งเป้าจะให้เหลือปีละ 5 พันคน

    เมื่อวันที่ 28 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องในวันที่ 1 ธ.ค. เป็นวันเอดส์โลกของทุกปี

    ดร. นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน หรือศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และนักศึกษาด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ ประจำสถาบันคอร์เนลล์เพื่อภารกิจของรัฐ (Cornell Institute for Public Affairs) มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง พฤติกรรมเสี่ยงของคนเมืองและการยอมรับผู้ป่วยโรคเอดส์ในสังคมไทย กรณีศึกษาเปรียบเทียบแนวโน้มปี 2548 กับปี 2553 ในกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วไปพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 1,269 ตัวอย่าง โดยดำเนินการสำรวจในระหว่างวันที่ 20-27 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ของคนที่ถูกศึกษาหรือร้อยละ 70.4 เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว เมื่อเปรียบเทียบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆ ที่คิดว่าจะทำให้ติดเชื้อเอดส์ได้ ที่เคยสำรวจปี 2548 กับ ปี 2553 พบว่า คนที่เข้าใจว่า การรับเลือดจากผู้ป่วยเอดส์จะทำให้ติดเชื้อเอดส์เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 88.6 มาอยู่ที่ร้อยละ 98.3 สัดส่วนของคนที่เข้าใจว่าการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ป่วยเอดส์จะทำให้ติด เชื้อเพิ่มขึ้นจาก 51.1 ในปี 2548 มาอยู่ที่ร้อยละ 97.5 อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของคนที่เข้าใจว่า ถ้าว่ายน้ำในสระเดียวกับผู้ป่วยเอดส์จะทำให้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 6.6 ในปี 2548 มาอยู่ที่ร้อยละ 27.2 ในปี 2553 นอกจากนี้ สัดส่วนของคนที่คิดว่าการถูกเนื้อต้องตัวกับผู้ป่วยเอดส์จะทำให้ติดเชื้อ เอดส์ไปด้วยเพิ่มจากร้อยละ 1.8 มาอยู่ที่ร้อยละ 10.2

    ประเด็น ที่น่าพิจารณาคือ กลุ่มคนที่ผู้ถูกศึกษามีเพศสัมพันธ์ด้วยที่เป็นสามีภรรยา ลดลงเล็กน้อยจากร้อยละ 71.5 มาอยู่ที่ ร้อยละ 68.5 ในขณะที่กลุ่มคนที่มีเพศสัมพันธ์แบบแฟนหรือคู่รักเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อย ละ 30.8 มาอยู่ที่ร้อยละ 34.1

    ประเด็นที่น่าจับตามองคือ การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ขายบริการทางเพศลดลงจาก 3.6 มาอยู่ที่ร้อยละ 2.1 และการมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน กับเจ้านาย ลูกน้อง คนที่รู้จักกันทางอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวคือจากร้อยละ 2.2 มาอยู่ที่ร้อยละ 4.0 ตามลำดับ

    เมื่อ วิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยงติดเชื้อเอดส์ พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการสำรวจปี 2548 ร้อยละ 62.8 มาอยู่ที่ร้อยละ 83.2 ในการสำรวจปี 2553 ครั้งล่าสุด

    และผลสำรวจยัง พบด้วยว่า สัดส่วนของคนที่ระบุมีคนใกล้ชิดติดเชื้อเอดส์เพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 11.4 ในปี 2548 มาอยู่ที่ร้อยละ 16.1 ในปี 2553 โดยในกลุ่มที่มีคนใกล้ชิดติดเชื้อเอดส์ร้อยละ 43.8 ระบุเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก ร้อยละ 29.6 ระบุเป็นเพื่อนบ้าน ร้อยละ 22.2 ระบุญาติพี่น้องที่พักอาศัยต่างบ้านกัน รองๆ ลงไปคือ เพื่อนร่วมงาน ญาติในบ้านเดียวกัน และอื่นๆ คือ สามี ภรรยา แฟน และคนรัก เป็นต้น

    ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ แนวโน้มการยอมรับผู้ป่วยโรคเอดส์ในสังคมไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

    และผลวิจัยค้นพบว่า ถ้าผู้ป่วยโรคเอดส์มีระยะใกล้ชิดกับคนตอบแบบสอบถามมากเพียงไร สัดส่วนของคนที่ยอมรับผู้ป่วยเอดส์ก็จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เช่น การยอมรับผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ยืนรอรถเมล์ป้ายเดียวกันรับได้ร้อยละ 87.4 ในปี 2548 และร้อยละ 86.7 ในการสำรวจครั้งล่าสุด การดูหนังในโรงภาพ ยนตร์เดียวกัน รับได้ร้อยละ 83.9 ในปี 2548 และร้อยละ 81.6 ในปี 2553 และมีบ้านอยู่ติดกับบ้านของผู้ป่วยโรคเอดส์ รับได้ร้อยละ 76.9 ในปี 2548 และร้อยละ 71.7 ในปี 2553 แต่เมื่อถามถึงการโอบกอดผู้ป่วยโรคเอดส์ พบว่า รับได้ร้อยละ 24.6 ในปี 2548 และร้อยละ 41.1 ในปี 2553 และถ้าดื่มน้ำแก้วเดียวกันกับผู้ป่วยโรคเอดส์ พบว่ารับได้ร้อยละ 17.7 ปี 2548 และร้อยละ 13.7 ในปี 2553 ตามลำดับ
    ยิ่ง ไปกว่านั้น เห็นได้ชัดเจนว่า ส่วนใหญ่ของผู้ถูกศึกษาหรือร้อยละ 67.4 ในปี 2548 และร้อยละ 56.7 ในปี 2553 ยังคงรู้สึกว่า โรคเอดส์เป็นเรื่องน่ากลัว
    และ ถ้าคนที่ตนเองรักติดเชื้อโรคเอดส์ พบว่าสัดส่วนของคนที่ยอมรับได้ลดลงจากร้อยละ 66.7 ในปี 2548 มาอยู่ที่ร้อยละ 40.4 ในปี 2553 และสัดส่วนของคนที่ยอมรับไม่ได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.9 ในปี 2548 มาอยู่ที่ร้อยละ 30.0 ในปี 2553 สำหรับแนวทางป้องกันในมุมมองของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 67.7 ระบุป้องกันทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ สวมถุงยางอนามัย รองๆ ลงไปคือ ไม่เปลี่ยนคู่นอน ไม่มีคู่นอนหลายคน เปลี่ยนเข็มฉีดยาทุกครั้งเมื่อมีการใช้งานแล้ว และควรรณรงค์ให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง

    ผอ.ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า เมื่อเวลาผ่านไป

    4-5 ปี พฤติกรรมเสี่ยงของประชาชนในการติดเชื้อเอชไอวี และเป็นโรคเอดส์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่การยอมรับและไม่ยอมรับผู้ป่วยโรคเอดส์ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากการ สำรวจเมื่อ 5 ปีก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าต้องใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคเอดส์มากเท่าไหร่ สัดส่วนของคนที่ยอมรับผู้ป่วยโรคเอดส์มีน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเจน

    จากผลสำรวจ มีข้อเสนอแนะให้เฝ้าระวังสถานการณ์โรคเอดส์ในสถานที่ทำงาน เพราะผลสำรวจพบมีแนวโน้มการมีเพศสัมพันธ์ของ “คนทำงาน”

    และในเครือข่ายสังคมทางอินเตอร์เน็ตต่างๆ เพราะมีอัตราการเพิ่มขึ้นของคนที่มีเพศสัมพันธ์กันเกือบเท่าตัว ทางออกคือ การเร่งรณรงค์ให้กับประชาชนในสถานที่ทำงาน ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน และคำเตือนรณรงค์ป้องกันและให้มีการยอมรับผู้ป่วยโรคเอดส์ ไม่กีดกัน ไม่แสดงความรังเกียจผู้ป่วยทั้งในที่ทำงาน สถานประกอบการต่างๆ ในชุมชนหนาแน่น และในโลกออนไลน์

    นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า เนื่องในวันเอดส์โลก ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ธ.ค.ของทุกปี การจัดกิจกรรมในปีนี้ใช้คำขวัญว่า “สิทธิทางเพศ สิทธิด้านเอดส์ คือสิทธิมนุษยชน”

    ปี นี้เน้นการจัดนิทรรศการให้ความรู้กับเยาวชน และการกระจายถุงยางอนามัยให้ทั่วถึง เนื่องจากถือเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อ สำหรับสถานการณ์โรคเอดส์ในประเทศไทย ขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ 520,000 คน ขณะ ที่การติดเชื้อจากชายรักชาย มีร้อยละ 33 ถือว่าเป็นจำนวนมากที่สุด รองลงมาติดเชื้อจากคู่นอนร้อยละ 28 และการติดเชื้อจากใช้เข็มฉีดยาร่วมกันเพื่อเสพยาเสพติด นอกจากนี้ ยังพบว่าแต่ละปี มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 10,000 คน ดังนั้นในปี 2554 ตั้งเป้าลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลงครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 5,000 ราย พร้อมเตรียมผลักดันให้แพทยสภาพิจารณาให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี สามารถตรวจเลือดหาเชื้อเอดส์ได้ด้วยความสมัครใจ โดยไม่ต้องผ่านคำยินยอมจากผู้ปกครองเพื่อป้องกันความอาย และกลัวผู้ปกครองตำหนิ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงการรักษา

  • ณัฐนรินทร์ http://www.blogger.com/profile/01632453642467152807 [email protected] 0

    tag:blogger.com,1999:blog-849348943308524826.post-3019774273640181402

    2020-08-07T08:59:39.261-07:00 การตลาดอินเทอร์เน็ต
    การตลาดอินเทอร์เน็ต ( Internet marketing ) หรืออาจใช้ว่า i-marketing, web-marketing, Digital Marketing, การตลาดออนไลน์ (online-marketing) หรือ การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketing) หมายถึง การดำเนินกิจกรรมทางการตลาดโดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็น สื่อกลาง และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มาผสมผสานกับวิธีการทางการตลาด การดำเนินกิจกรรมทางการตลาด อย่างลงตัวกับลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายขององค์กรอย่างแท้จริง ซึ่งในรายละเอียดของการทำการตลาด E-Marketing จะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

    1. เป็นการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในลักษณะเฉพาะเจาะจง (Niche Market)
    2. เป็นลักษณะเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทาง (2 Way Communication)
    3. เป็นรูปแบบการตลาดแบบตัวต่อตัว (One to One Marketing หรือ Personalize Marketing) ที่ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายสามารถกำหนดรูปแบบสินค้าและบริการได้ตามความต้อง การของตนเอง
    4. มีการกระจายไปยังกลุ่มผู้บริโภค (Dispersion of Consumer)
    5. เป็นกิจกรรมที่นักการตลาดสามารถสื่อสารไปยังทั่วทุกมุมโลก ตลอด 24 ชั่วโมง (24 Business Hours)
    6. สามารถติดต่อสื่อสาร โต้ตอบ ปฏิสัมพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว (Quick Response)
    7. มีต้นทุนต่ำแต่ได้ประสิทธิผล สามารถวัดผลได้ทันที (Low Cost and Efficiency)
    8. มีความสัมพันธ์กับกิจกรรมการตลาดแบบดั้งเดิม (Relate to Traditional Marketing)
    9. มีการตัดสินใจในการซื้อจากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ (Purchase by Information)

    E-Marketing เป็นส่วนผสมแนวความคิดทางการตลาด และทางเทคนิค รวมเข้าไว้ด้วยกันทั้งด้าน การออกแบบ (Design) , การพัฒนา (Development) , การโฆษณาและการขาย (Advertising and Sales) เป็น ต้น (ตัวอย่างกิจกรรมได้แก่ Search Engine Marketing, E-mail Marketing, Affiliate Marketing, Viral Marketing ฯลฯ) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจและลูกค้า เนื่องจากระบบทางอิเล็กทรอนิกส์สามารถสนับสนุนการร้องขอข้อมูลของลูกค้า การจัดเก็บประวัติ และพฤติกรรมของลูกค้าเอาไว้ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ ส่งผลต่อ การเพิ่มและรักษาฐานลูกค้า (Customer Acquisition and Retention) และอำนวยประโยชน์ในการประกอบธุรกิจอย่างครบถ้วน
    ในขณะที่ การตลาดแบบดั้งเดิม (Traditional Marketing) จะมีรูปแบบที่แตกต่างจาก E-Marketing อย่างชัดเจน โดยการตลาดแบบดั้งเดิมนั้นจะมีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย จะไม่เน้นทำกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และมักจะใช้วิธี การแบ่งส่วนตลาด (Marketing Segmentation) โดย ใช้เกณฑ์สภาพประชากรศาสตร์ หรือสภาพภูมิศาสตร์ และสามารถครอบคลุมได้บางพื้นที่ ในขณะที่ถ้าเป็น E-Marketing จะสามารถครอบคลุมได้ทั่วโลกเลยทีเดียว ด้วยเหตุนี้ธุรกิจต่างๆ จึงได้ให้ความสนใจกับอินเทอร์เน็ตเป็นอย่างมาก รวมถึงได้มีการนำเอาแนวคิด E-Marketing มาประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อทำการตลาดออนไลน์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

    ความแตกต่างกันในแต่ละตลาด

    2020-08-07T08:59:05.276-07:00 วิธีต่ออินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ
    โทรศัพท์มือถือหลายรุ่น หลายยี่ห้อ สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้โดยตรง ผ่านทาง GPRS/EDEG/3G แต่ติดปัญหาในเรื่องของขนาดของหน้าจอ ที่อาจจะเล็กไปสำหรับผู้ใช้งานหลายๆ คน รวมทั้งผมด้วย อีกทั้งไม่สะดวกในการ download file โปรแกรม เพื่อนำมาใช้งานอื่นๆ อีกด้วย วันนี้ผมมีวิธีในการเชื่อมต่อมือถือ Nokia ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต มาเล่าสู่กันฟัง

    อุปกรณ์ที่จำเป็นในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับโทรศัพท์มือถือ

    • คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ laptop
    • โปรแกรม Nokia PC Suite
    • โทรศัพท์ Nokia พร้อม USB Cable

    วิธีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วยโทรศัพท์

    1. ติดตั้งโปรแกรม Nokia PC Suite (ทำตามหน้าจอไปเรื่อยๆ)
    2. ต่อสาย USB Cable ด้านหนึ่งกับโทรศัพท์ อีกด้านต่อเข้ากับ USB Port ของคอมพิวเตอร์
    3. ที่หน้าจอมือถือ จะแสดงข้อความว่าจะเชื่อมต่อแบบใด? (PC Suite, Printing & media, Data Strage) ให้เราเลือก PC Suite
    4. ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ในส่วนของโปรแกรม Nokia PC Suite ให้คลิกเลือกไอคอน Connect to the Internet ดังภาพประกอบ
  • ณัฐนรินทร์ http://www.blogger.com/profile/01632453642467152807 [email protected] 0

    tag:blogger.com,1999:blog-849348943308524826.post-1343283772252213781

    2020-08-07T08:58:24.338-07:00 ส่วนแบ่งตลาด Bing โต Google ตก.
    ไมโครซอฟท์ (Microsoft) วางตำแหน่งทางการตลาดให้กับ Bing เป็น decision engine แทนที่จะเป็น search engine แบบเดียวกับ Google ด้วยเหตุผลทีว่า Bing สามารถให้ผลลัพธ์ของการค้นหาที่ดีกว่าด้วยวิธีที่ง่ายกว่า แนวคิดของนักการตลาดของไมโครซอฟท์อาจจะถูกต้องก็ได้
    Experian Hitwise รายงานว่า เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา อัตราการค้นพบผลลัพธ์ที่น่าพอใจของ Bing อยู่ที่ 81.5% ในขณะที่ Google อยู่ที 65.6% เท่านั้น ซึ่งน่าตกใจไม่น้อยที่ความแตกต่างของเปอร์เซนต์ดังกล่าวสูงมากทีเดียว ข้อมูลจากทาง Experian มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้ 10 ล้านรายในสหรัฐฯที่ประสบความสำเร็จในการใช้เสิร์ชแล้วคลิกลิงค์จากหน้า ผลลัพธ์ไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการ โดยข้อมูลการค้นจากผู้ใช้ Bing ในเดือนมกราคม 81.5% ได้ผลลัพธ์ทีต้องการ
    นอก จากนี้ เปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในการค้นหาด้วย Yahoo ต่ำกว่า Bing เล็กน้อยคือ 81.4% ซึ่งก็น่าจะเป็นเช่นนั้น เนื่องจากว่า ผลลัพธ์การค้นของ Yahoo ในสหรัฐฯ ได้รับการสนับสนุนจาก Bing นอกจากเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในการใช้ Bing จะสูงมากแล้ว ส่วนแบ่งตลาดการใช้ Bing ในสหรัฐฯ ยังมีการเติบโตอย่างน่าสนใจอีกด้วย โดยโดขึ้น 21% จาก 10.6% ในเดือนธ.ค. 2020 เป็น 12.81% ในเดือนมกราคม 2020 ขณะเดียวกัน Google กลับมีส่วนแบ่งตลาดตกลง 2% จาก 69.67% เป็น 67.95%

    2020-08-07T08:57:37.808-07:00 หาคีย์เวิร์ดโดนๆด้วย Google Insights

    2020-08-07T08:56:21.796-07:00 ประเภทของเว็บไซต์

    ประเภทของเว็บไซต

    ในอินเตอร์เน็ตมีเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์ต่างๆ หลายประเภทซึ่งพอจะแยกเว็บไซต์ได้ 7 ประเภท ดังนี้
    1. เว็บไซต์ส่วนตัว (Personal website) เป็นเว็บที่สร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับส่วนตัว การศึกษา การงาน ความสนใจ เป็นต้น
    2. เว็บไซต์เพื่อธุรกิจการค้า (Promotional website) เว็บไซต์นี้มีจุดประสงค์ เพื่อการค้าขายสินค้า การโฆษณาสินค้า การส่งเสริมการขาย ในเว็บไซต์จะมีข้อมูลของสินค้า ราคาและการบริการต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันตลาดประเภทนี้กำลังใช้กันมากขึ้น
    3. เว็บไซต์ที่เสนอข่าวประจำวัน (Current website) เป็นเว็บที่เสนอข้อมูลประเภทข่าว ซึ่งจะเปลี่ยนไปเป็นประจำวัน เช่น เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์ เป็นต้น
    4. เว็บไซต์ส่งเสริมการบริการเป็นสื่อกลางของข้อมูล (Share Information website) เป็นเว็บที่มีจุดประสงค์ที่จะใช้เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลตามกลุ่มสนใจ เช่น แบ่งตามอาชีพ ตามงานอดิเรก เป็นต้น
    5. เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเพื่อชักชวนหรือโฆษณาชวนเชื่อ (Persuasive website) เป็นเว็บที่เชิญชวนหรือชักนำให้เห็นคล้อยตามในเรื่องที่ผู้สร้างต้องการ
    6. เว็บไซต์เพื่อการสอน (Instructional website) เป็นเว็บที่สร้างขึ้นเป็นการสอนโดยเฉพาะเป็นรายวิชา (Course) อาจแยกย่อยเป็นหัวเรื่องเรื่องย่อยๆ ก็ได้ สำหรับเว็บไซต์ประเภทนี้จะจำกัดผู้ใช้เฉพาะราย
    7. เว็บไซต์ที่จำกัดเฉพาะสมาชิก (Registrational website) เป็นเว็บไซต์ที่บริการเฉพาะสมาชิกเท่านั้น ผู้ที่จะใช้ต้องลงทะเบียนตามราคาที่กำหนดโดยบัตรเครดิต หรือผ่านธนาคาร ผู้ให้บริการจึงจะให้หมายเลขสมาชิกและรหัสผ่าน แต่การขายสินค้าหรือบริการใดๆ ของเว็บไซต์เหล่านี้ จะเชิญชวนผู้ที่สนใจโดยมีตัวอย่างสินค้าหรือบริการให้ศึกษาบางส่วนจนพอใจด้วย

  • ณัฐนรินทร์ http://www.blogger.com/profile/01632453642467152807 [email protected] 0

    tag:blogger.com,1999:blog-849348943308524826.post-268284538583943370

    2020-08-07T08:55:30.063-07:00 ประโยชน์ของเว็บเพจ
    ประโยชน์ของเว็บเพจ
    เว็บเพจเป็นการรวบรวมข้อมูล รูปภาพ และเนื้อหาด้านมัลติมีเดียโดยส่วนใหญ่จะสร้างจากภาษา HTML เมื่อเว็บบราวเซอร์เปิดดูเว็บเพจ มันจะทำการโหลดข้อมูลของเว็บเพจที่เขียนด้วยภาษา HTML นั้น และแสดงข้อมูลตามที่กำหนด การสร้างเว็บเพจเพื่อเผยแพร่ข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตมีประโยชน์ดังนี้

    1. สร้างโฮมเพจที่มีข้อมูลส่วนตัวเพื่อให้คนทั้งโลกรู้จัก
    2. สร้างเว็บเพจขององค์กรเพื่อประชาสัมพันธ์ขายสินค้าและบริการ
    3. สร้างเว็บเพจเพื่อให้ความรู้แก่คนทั่วไป
    4. สร้างเว็บเพจเพื่อกระจายข่าวสารขององค์กร ที่เปิดดูได้ทุกเวลา
    5. สร้างฐานข้อมูลที่เป็นเหมือนห้องสมุดที่สามารถค้นคว้าข้อมูลที่ต้องการได้
    ข้อคิดก่อนการว่างแผนการสร้างเว็บเพจ
    การสร้างเว็บเพจหรือเว็บไซต์ไม่ต่างจากการออกแบบสื่ออื่นๆ จะแตกต่างกันตรงที่ เว็บเพจสามารถทำงานลักษณะของการปฏิสัมพันธ์เท่านั้นแนวทางที่จะช่วยให้การมีเว็บที่สร้างขึ้นมีประโยชน์ และน่าสนใจมากแก่ผู้ที่มาเยี่ยมเยือน มีดังนี้
    1. ตั้งจุดประสงค์ โดยถามตนเองก่อนว่าสร้างเว็บเพจเพื่ออะไรเพื่อเป็นการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนของงานที่สร้างขึ้น

    2. อย่าใช้เวลาในการออกแบบมากเกินไป การออกแบบเว็บเพจไม่เหมือน การออกแบบสิ่งพิมพ์ชนิดอื่น ผู้สร้างไม่สามารถควบคุมภาพที่ปรากฏออกทางหน้าจอมอร์นิเตอร์ของผู้ชมหรือคาดคะเนสิ่งที่แต่ละคนจะได้พบ เช่น โมเด็มและความเร็วในการเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่าย การกำหนดแบบและขนาดตัวอักษรและสภาพแวดล้อมต่างๆ ภายในบราวเซอร์

    3. ใส่เนื้อหาที่ดีและน่าสนใจลงในหน้าแรก ทั้งนี้เนื่องจากคนที่แวะเยี่ยมเว็บไซต์ ก็เหมือนเห็นปกหนังสือครั้งแรก ย่อมจะสนใจในสิ่งที่มองเห็นครั้งแรก
    4. คำนึงถึงเวลาในการเข้าถึงเว็บไซต์ การเข้าถึงเว็บหรือการดาวน์โหลดข้อมูล ที่ต้องการขึ้นอยู่กับข้อมูลที่บรรจุในเว็บ การใส่กราฟิกลงในเว็บมาเกินไปเป็นการเสียเวลาในการเข้าถึงข้อมูล
    5. การรู้จักกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มประชากร ประชากรส่วนใหญ่ที่ใช้เว็บ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นเจ้าของภาษา หรือใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง
    6. เลือกใช้ข้อความที่สั้นและกระชับ การบอกเล่าข้อความที่สั้นกระชับถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งช่วยให้เกิดความน่าสนใจชวนอ่าน ง่ายต่อการจดจำ
    7. หาสิ่งใหม่ๆ บรรจุลงไปในเว็บไซต์ที่เราชื่นชอบการลองเข้าไปค้นหาและสำรวจดูตามเว็บไซต์ที่เราชื่นชอบ หรือเว็บไซต์ที่มีจุดประสงค์เดียวกับของเรา ดูว่ามีอะไรใหม่ น่าสนใจอะไรบ้างสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเว็บไซต์ของเราได้หรือไม่
    8. กำหนดขอบเขตและวิธีการประเมินความสำเร็จไว้ในการสร้างข้อมูลข่าวสารเบื้องต้นชัดเจน ประเภทของผู้อ่าน จำนวนผู้ที่แวะเข้ามาในเว็บไซต์หรืออาจจะดูจำนวนส่ง E-mail หรือการโทรศัพท์เข้ามา

  • ณัฐนรินทร์ http://www.blogger.com/profile/01632453642467152807 [email protected] 0

    tag:blogger.com,1999:blog-849348943308524826.post-7662033841153971082

    2020-08-07T08:54:52.264-07:00 URL, Web Broser

    URL, Web Broser

    การเปิดดูเว็บเพจ จะต้องมีการระบุตำแหน่งที่เก็บเว็บเพจนั้นในอินเตอร์เน็ต เรียกว่า URL หรือ Uniform Resource Locatution ส่วนสำคัญของ URL มีดังนี้

    โปรโตคอล จะแจ้งให้บราวเซอร์ทราบว่าต้องจัดการกับข้อมูลที่พบอย่างไร
    สำหรับเว็บเพจโปรโตคอลมาตรฐานที่ใช้มีชื่อเรียกว่า HTTP (HyperText Transfer Protocol)
    ชื่อเซิฟเวอร์ จะระบุชื่อของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บเพจ
    บางครั้งส่วนนี้จะถูกเรียกว่า โดเมนเนม (Domain Name)
    เซิฟเวอร์ทุกเครื่องจะมีโดเมนเนมเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร
    ชื่อเซิฟเวอร์อาจระบุแทนด้วยตัวเลขเฉพาะของมัน เช่น
    195.121.237.1 เป็นต้น
    การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมเป็นเครือข่ายในระบบอินเตอร์เน็ต มีคอมพิวเตอร์ทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องดูแลเครือข่าย (Server) และเครื่องลูกข่าย (Client)
    จึงเรียกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมกับอินเตอร์เน็ตนี้ว่า Client Server Network
    โปรแกรมสำหรับเข้า www เรียกว่า บราวเซอร์ (Web Broser) ปัจจุบันมีบราวเซอร์หลายรายที่ใช้สำหรับเปิดดูเว็บเพจถึงแม้แต่ละตัวมีคุณสมบัติคล้ายกัน แต่ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกัน เมื่อเปิดบราวเวอร์เพื่อดูเว็บเพจเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้จะทำหน้าที่เป็นลูกข่าย (Clint) ติดต่อกับเครื่องที่เก็บข้อมูลเว็บเพจที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องดูแลเครือข่าย (Server)
    โปรแกรมบราวเซอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 2 กลุ่ม ได้แก่

    ช่องทางในชีวิตประจำวัน

    ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา

    โทรศัพท์ 0-2354-5730-40 ต่อ 114, 115
    โทรสาร 0-2354-5741
    [email protected]

    ถนนศรีอยุธยา แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400.

    ผู้กำลังใช้งาน

    มี 543 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

    ช่องทางในชีวิตประจำวัน

    ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา

    โทรศัพท์ 0-2354-5730-40 ต่อ 114, 115
    โทรสาร 0-2354-5741
    [email protected]

    การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
    • Binarium
      Binarium

      อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

    • Binomo
      Binomo

      อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

    ถนนศรีอยุธยา แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400.

    ผู้กำลังใช้งาน

    มี 544 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

    การจัดอันดับของโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี:
    • Binarium
      Binarium

      อันดับที่ 1 ในการจัดอันดับโบรกเกอร์ตัวเลือกไบนารี!

    • Binomo
      Binomo

      อันดับที่ 2 ในการจัดอันดับ! นายหน้าที่เชื่อถือได้

  • การลงทุนในตัวเลือกไบนารี
    Leave a Reply

    ;-) :| :x :twisted: :smile: :shock: :sad: :roll: :razz: :oops: :o :mrgreen: :lol: :idea: :grin: :evil: :cry: :cool: :arrow: :???: :?: :!: